คำแนะนำหลังการเกลารากฟัน

การเกลารากฟัน เป็นการกำจัดหินปูนที่อยู่ใต้เหงือกด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นหินปูนที่อยู่ใต้เหงือกของเราได้ แต่หินปูนที่ซ่อนอยู่ใต้เหงือกนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบและลุกลามกลายเป็นโรคปริทันต์ได้ ซึ่งความรุนแรงของโรคนี้ทำให้คนไข้สามารถสูญเสียฟันได้ที่ละหลายๆ ซี่เลยทีเดียว

เกลารากฟันคืออะไร

โดยปกติแล้วเราจะมองเห็นหินปูนที่เกาะอยู่ตามซอกเหงือกได้ชัดเจน แต่เมื่อมีหินปูนเกาะอยู่ที่ขอบเหงือกมากๆ หินปูนจะค่อยๆ ขยายตัวลงไปเกาะที่บริเวณรากฟันใต้เหงือกได้ด้วย ซึ่งเราจะไม่สามารถมองเห็นหินปูนใต้เหงือกได้และไม่สามารถเอาออกเองได้ด้วยเช่นกัน ต้องให้ทันตแพทย์เกลารากฟันให้เท่านั้น แต่การเกลารากฟันไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเหงือก แต่จะมีการฉีดยาชาเพื่อระงับความเจ็บปวดให้คนไข้ จากนั้นทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือเกลารากฟันจากบริเวณขอบเหงือกลึกลงไปประมาณ 3 มิลลิเมตร เพื่อกำจัดหินปูนออกให้รากฟันเรียบที่สุด

ขูดหินปูนกับเกลารากฟันต่างกันยังไง

การขูดหินปูน เป็นการขูดหินปูนที่เกาะอยู่บริเวณขอบเหงือกด้านนอกออก ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นหินปูนของเราเองได้ ซึ่งในการขูดหินปูนจะใช้อุปกรณ์ที่จะมีลักษณะสั่นสะเทือนด้วยคลื่นความถี่สูงกะเทาะหินปูนออก ระหว่างทำคนไข้ไม่ต้องฉีดยาชา เพราะไม่รู้สึกเจ็บอาจจะแคเสียวฟันเท่านั้น ส่วนการเกลารากฟันจะต้องฉีดยาชาเพื่อระงับความเจ็บปวดเพราะเป็นการขจัดหินปูนที่ซ่อนอยู่ใต้เหงือกลึกลงไปประมาณ 3 มิลลิเมตร ซึ่งนอกจากหินปูนแล้วยังต้องกำจัดเนื้อเยื่อที่อักเสบอีกด้วย ซึ่งการเกลารากฟันจะต้องทำครบทุกด้านของรากฟัน ดังนั้นจะไม่สามารถทำได้เสร็จภายในครั้งเดียว ทันตแพทย์จะนัดมาทำซ้ำตามอาการและปริมาณหินปูนที่ซ่อนอยู่ใต้เหงือกด้วย

อันตรายจากการไม่เกลารากฟัน

หินปูน แม้เล็กน้อยก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับฟันและเหงือกได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟันผุ กลิ่นปาก และหากหินปูนเข้าไปสะสมอยู่ที่รากฟันมากๆ ก็จะทำให้เกิด โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ตามมา ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถรุนแรงจนทำให้เกิดการสูญเสียฟันได้เลยทีเดียว ดังนั้นการกำจัดหินปูนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากและก่อนจะเกลารากฟัน ทันตแพทย์จะต้องทำการขูดหินปูนด้านบนออกก่อนแล้วถึงจะค่อยกำจัดหินปูนที่รากฟัน ดังนั้นจึงถือว่าการเกลารากฟันเป็นการทำความฟันและรากอย่างแท้จริง

วิธีป้องกันการเกิดหินปูนใต้เหงือก

ก่อนจะเกิดหินปูนใต้เหงือก ต้องมีการสะสมหินปูนขอบเหงือกก่อน ดังนั้นเราจะควรเริ่มจากการลดอัดตราการเกิดหินปูนที่ขอบเหงือกซึ่งสามารถทำได้ด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร ใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาบ้วนปากอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ซึ่งจะช่วยกำจัดเศษอาหารตามซอกฟันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อขูดหินปูน ขัดฟัน และตรวจสุขภาพฟันด้านอื่นๆ

ขั้นตอนการเกลารากฟัน

1. ทันตแพทย์จะทำการขูดหินปูนที่บนตัวฟันและขอบเหงือกออกให้หมดก่อน

2. ทันตแพทย์ทำการฉีดยาชาเพื่อระงับความเจ็บปวดให้คนไข้ โดยการเกลารากฟันอาจจะทำเฉพาะซี่ที่มีปัญหา หรือทำทั้งปาก แต่การทำทั้งปากต้องทยอยทำที่ละด้าน

3. เริ่มการเกลารากฟันที่อยู่ลึกลงไปในเหงือก ซึ่งคนไข้ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว

คำแนะนำหลังการเกลารากฟัน

1. หลังจากเกลารากฟันเสร็จอาจจะมีอาการเสียวฟันได้ ดังนั้นก่อนและหลังจากเกลารากฟันคนไข้ควรใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟันเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว ซึ่งปกติแล้วอาการจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์

2. หลังการเกลารากฟันอาจมีเลือดซึมๆ ออกมาที่ขอบเหงือกและมีอาการบวม ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้

3. ทันตแพทย์จะนัดมาตรวจและเกลารากฟันอีกครั้ง คนไข้ต้องมาตามนัด

4. รักษาความสะอาดช่องปากอยู่เสมอ ด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาบ้วนปากอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อลดการเกิดหินปูนให้น้อยที่สุด

5. นัดพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน เพราะหินปูนสามารถเกิดขึ้นได้แม้เราจะแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะตรงบริเวณซอกฟันที่เราแปรงเข้าไปไม่ถึง

การเกลารากฟัน จึงเป็นอีกหนึ่งงานทันตกรรมที่ช่วยกำจัดหินปูนที่อยู่ใต้เหงือก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหากับช่องปากได้มากมายและอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะหินปูนที่อยู่ใต้เหงือกเราไม่สามารถมองเห็นได้ บางครั้งคนไข้อาจจะชะล้าใจจนทำให้เกิดโรคลุกลามได้

“ฟันสวย ยิ้มสดใส ใส่ใจคุณภาพ”
คลินิกทันตกรรม คลินิกจัดฟัน สกายเทรน เด็นทัล กรุ๊ป
www.skytraindental.com

Share: