
คำแนะนำหลังถอนฟัน (ฟันแท้ และ ฟันน้ำนม) วิธีห้ามเลือดและดูแลแผลให้หายไว
การถอนฟันถือเป็นการศัลยกรรมช่องปากขนาดย่อมที่ทำให้เกิดบาดแผลเปิดบริเวณเหงือกและกระดูกเบ้าฟัน การดูแลรักษาแผลอย่างถูกวิธีในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เลือดหยุดไหล ป้องกันการติดเชื้อ และกระตุ้นให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทีมทันตแพทย์ Skytrain Dental Clinic ได้รวบรวมข้อปฏิบัติที่สำคัญ เพื่อให้คนไข้และผู้ปกครองใช้เป็นแนวทางในการดูแลแผลถอนฟันอย่างปลอดภัย
สรุปข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น (TL;DR):
การห้ามเลือด: กัดผ้าก๊อซให้แน่นตรงตำแหน่งที่ถอนฟันเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง
ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามบ้วนน้ำลาย ห้ามบ้วนเลือด ห้ามใช้หลอดดูดน้ำ และห้ามเอาลิ้นหรือนิ้วไปดุนแผล (การกระทำเหล่านี้จะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังอุดปากแผลหลุดออก)
การลดบวม: ประคบเย็นบริเวณแก้มด้านที่ถอนฟันในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
วิธีห้ามเลือดและดูแลแผลในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
อาการเลือดซึมเล็กน้อยหลังการถอนฟันถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบได้ เพื่อให้ลิ่มเลือดแข็งตัวและปิดปากแผลได้อย่างสมบูรณ์ ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
การกัดผ้าก๊อซ: กัดผ้าก๊อซที่ทันตแพทย์ใส่ไว้ให้แน่นพอประมาณ ห้ามเคี้ยวหรือขยับผ้าก๊อซไปมา หากครบ 1-2 ชั่วโมงแล้วเลือดยังไหลซึมมาก ให้เปลี่ยนผ้าก๊อซชิ้นใหม่ที่สะอาดและกัดต่อไปอีก 1 ชั่วโมง
กลืนน้ำลายและเลือด: แม้จะรู้สึกคาวเลือด แต่จำเป็นต้องกลืนน้ำลายและเลือดลงคอ ห้ามบ้วนทิ้งเด็ดขาด เพราะแรงดันจากการบ้วนปากจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด
การประคบเย็น: ใช้เจลประคบเย็น (Cold Pack) หรือผ้าห่อน้ำแข็ง ประคบแนบแก้มบริเวณที่ถอนฟัน ครั้งละ 15 นาที พัก 15 นาที สลับกันไป เพื่อทำให้หลอดเลือดหดตัวและลดอาการบวมช้ำ
อาหารที่ควรรับประทาน และข้อห้ามหลังถอนฟัน
อาหารและเครื่องดื่มมีผลโดยตรงต่อการสมานแผล ควรเลือกรับประทานอาหารตามตารางคำแนะนำดังนี้:
| ✅ สิ่งที่ควรทาน / ข้อควรปฏิบัติ | ❌ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง / ข้อห้ามเด็ดขาด |
| อาหารอ่อนและเย็น: ข้าวต้ม, โจ๊ก, ซุปใส, โยเกิร์ต, ไอศกรีม (ช่วยลดการอักเสบ) | อาหารรสจัดและของร้อน: อาหารเผ็ดจัด, ซุปร้อนจัด (กระตุ้นให้เลือดออก) |
| ดื่มน้ำจากแก้วโดยตรง: หรือใช้ช้อนตักดื่ม | ห้ามใช้หลอดดูดน้ำ: แรงดูดจะทำให้ลิ่มเลือดหลุดจากเบ้าฟัน |
| เคี้ยวอาหารอีกฝั่ง: เพื่อป้องกันเศษอาหารตกลงไปในหลุมแผล | อาหารแข็งและกรอบ: ถั่ว, น้ำแข็ง, ของทอดกรอบ (อาจบาดเหงือก) |
| รับประทานยาตามแพทย์สั่ง: ยาแก้อักเสบ/ฆ่าเชื้อ ต้องทานให้หมดโดส | งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์: ขัดขวางการสมานแผลและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ |

การดูแลผู้ป่วยเด็ก: หลังถอนฟันน้ำนม
สำหรับผู้ปกครองที่พาบุตรหลานมาถอนฟันน้ำนม นอกเหนือจากคำแนะนำข้างต้นแล้ว มีข้อควรระวังเพิ่มเติมดังนี้:
ระวังการกัดริมฝีปาก: เนื่องจากเด็กจะยังมีอาการชาบริเวณริมฝีปากและกระพุ้งแก้ม ผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เด็กเผลอกัด เคี้ยว หรือดูดริมฝีปากตนเองเล่นจนเกิดแผลลึก
การทานยาแก้ปวด: หากเด็กมีอาการปวดหรืองอแง สามารถให้รับประทานยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กตามน้ำหนักตัวได้
อาการผิดปกติ และภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบ (Dry Socket)
ภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบ (Dry Socket) เกิดจากการที่ลิ่มเลือดหลุดออกจากหลุมแผลก่อนที่แผลจะหาย ทำให้กระดูกเบ้าฟันและเส้นประสาทสัมผัสกับอากาศและเศษอาหารโดยตรง นำไปสู่อาการปวดรุนแรง หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันที:
- ปวดรุนแรงมากบริเวณแผลถอนฟัน ลามไปยังใบหู ขมับ หรือคอ (มักเกิดในวันที่ 3-4 หลังถอนฟัน)
- เลือดไหลพุ่งออกมาปริมาณมาก หรือไหลไม่หยุดแม้จะกัดผ้าก๊อซอย่างถูกวิธีแล้วเกิน 4-6 ชั่วโมง
- มีไข้สูง หนาวสั่น ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรบวมโต
- มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลออกจากแผล พร้อมกลิ่นเหม็นผิดปกติในช่องปาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. แผลถอนฟัน สีขาว คือหนองหรือความผิดปกติหรือไม่?
บริเวณหลุมแผลที่มีสีขาวขุ่นหรือเหลืองอ่อนในช่วง 2-3 วันแรก ส่วนใหญ่ไม่ใช่หนอง แต่เป็น “คราบเนื้อเยื่อไฟบริน (Fibrin)” ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อคลุมและสมานแผล ถือเป็นกระบวนการหายของแผลตามปกติ ห้ามใช้ไม้จิ้มฟันหรืออุปกรณ์ใดๆ ไปเขี่ยออกเด็ดขาด
2. ถอนฟันเลือดไม่หยุดไหล ต้องทำอย่างไร?
ตรวจสอบก่อนว่าได้บ้วนน้ำลาย หรือใช้หลอดดูดน้ำหรือไม่ หากทำพฤติกรรมดังกล่าวให้หยุดทันที ให้นำผ้าก๊อซชิ้นใหม่ที่สะอาดพับให้หนา วางทับตำแหน่งแผล และกัดให้แน่นค้างไว้ 1 ชั่วโมง หากเลือดยังคงไหลออกมาในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์
3. หลังถอนฟัน สามารถแปรงฟันได้ตามปกติหรือไม่?
สามารถแปรงฟันได้ตั้งแต่วันแรก แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการแปรงโดนบริเวณแผลถอนฟันโดยตรง และเมื่อบ้วนฟองยาสีฟันออก ใช้วิธีอมน้ำแล้วปล่อยให้ไหลออกจากปากเบาๆ แทนการกลั้วคอและบ้วนแรงๆ
4. หลุมแผลถอนฟัน จะปิดสนิทและเนื้อเต็มในกี่วัน?
เหงือกชั้นนอกมักจะสมานตัวและปิดปากแผลเบื้องต้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่กระดูกเบ้าฟันด้านในจะใช้เวลาสร้างตัวอย่างสมบูรณ์ประมาณ 3-6 เดือน
5. ต้องรอนานเท่าใดจึงจะสามารถใส่ฟันปลอม หรือทำรากฟันเทียมทดแทนได้?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับแผนการรักษา หากเป็นการทำรากเทียมแบบทันที (Immediate Implant) สามารถปักรากได้ในวันที่ถอนฟัน แต่สำหรับการใส่ฟันปลอมถอดได้ หรือรอปลูกกระดูก ทันตแพทย์มักแนะนำให้รอให้แผลและกระดูกเบ้าฟันสมานตัวดีก่อน ประมาณ 1-3 เดือน
6. หลังถอนฟัน สามารถออกกำลังกาย อาบน้ำ หรือสระผมได้ตามปกติหรือไม่? สามารถอาบน้ำและสระผมได้ตามปกติ แต่ควรงดการออกกำลังกายอย่างหนัก การยกของหนัก หรือกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากในช่วง 2-3 วันแรก เนื่องจากการสูบฉีดเลือดที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น อาจทำให้แรงดันเลือดส่งผลให้ลิ่มเลือดบริเวณปากแผลหลุด และเกิดภาวะเลือดออกซ้ำได้
7. อาการแก้มบวม หน้าบวม หลังถอนฟัน จะยุบลงในกี่วัน? อาการบวมบริเวณแก้มเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามปกติของร่างกาย โดยมักจะบวมสูงสุดในช่วงวันที่ 2 และวันที่ 3 หลังจากการถอนฟัน จากนั้นจะค่อยๆ ยุบลงจนเป็นปกติภายใน 5-7 วัน การประคบเย็นอย่างถูกวิธีในช่วง 24 ชั่วโมงแรก และเปลี่ยนมาใช้การประคบอุ่นในวันที่ 3 เป็นต้นไป จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดอาการบวมได้รวดเร็วขึ้น
8. มีกลิ่นปากหลังถอนฟัน หรือมีเศษอาหารตกลงไปในหลุมแผล ต้องทำอย่างไร? กลิ่นปากอาจเกิดจากการสะสมของแบคทีเรีย คราบเลือด หรือเศษอาหารที่ตกลงไปในเบ้าฟัน ห้ามใช้ไม้จิ้มฟัน คอตตอนบัด หรือของแหลมแคะแผลโดยเด็ดขาด แนะนำให้ใช้วิธีอมน้ำเกลือ (น้ำสะอาดผสมเกลือเล็กน้อย) หรือน้ำยาบ้วนปากที่ทันตแพทย์จ่ายให้ แล้วเอียงศีรษะไปมาเบาๆ เพื่อให้เศษอาหารหลุดลอยออกมาเองโดยไม่กระทบกระเทือนการสมานแผล
มีอาการปวดรุนแรง หรือเลือดไหลไม่หยุดหลังถอนฟัน?
หากมีอาการผิดปกติที่น่ากังวล หรือต้องการปรึกษาแผนการใส่ฟันปลอม/รากเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไป ทีมทันตแพทย์ Skytrain Dental Clinic พร้อมให้การดูแลและคำแนะนำอย่างทันท่วงที
ทพญ.กฤษณา แก้วประดิษฐ (ท.9046)



![[รวมเคส] ฟันแตก ทำไงดี ? การรักษาอาการฟันแตก Broken tooth2](https://www.skytraindental.com/wp-content/uploads/2025/07/Broken-tooth2-350x184.jpg)
