
การจัดฟันเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่เมื่อการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว หลายคนอาจคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดได้จบลงแล้ว แต่ความจริงคือยังมีขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กันรออยู่ นั่นก็คือการใส่รีเทนเนอร์ เพื่อคงสภาพฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่สวยงามและสมบูรณ์แบบไปอีกนาน
รู้จักกับ “รีเทนเนอร์”
รีเทนเนอร์ คืออะไร
รีเทนเนอร์ Retainer คือเครื่องมือที่ทำหน้าที่คงสภาพฟันให้อยู่ในตำแหน่งใหม่หลังจากที่การจัดฟันเสร็จสิ้นลงแล้ว โดยทั่วไปรีเทนเนอร์จะถูกสร้างขึ้นมาเฉพาะบุคคล เพื่อให้เข้ากับรูปฟันของแต่ละคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หน้าที่หลัก ๆของรีเทนเนอร์
ฟันของเรามีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวกลับไปยังตำแหน่งเดิมก่อนการจัดฟันอยู่เสมอ เนื่องจากเนื้อเยื่อและเส้นใยรอบ ๆ รากฟันยังมีความทรงจำของตำแหน่งเก่าอยู่ หากเราไม่ใส่อุปกรณ์เพื่อประคองฟันไว้ ฟันก็จะค่อย ๆ เคลื่อนตัวกลับไปในทิศทางเดิม ทำให้ผลลัพธ์จากการจัดฟันที่อุตส่าห์ทุ่มเทมาต้องสูญเปล่า
ความสำคัญของรีเทนเนอร์
การใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ในการรักษารอยยิ้มที่สวยงามไว้ การใส่รีเทนเนอร์อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของทันตแพทย์จะช่วยให้กระดูกและเหงือกมีการปรับตัวเข้ากับตำแหน่งใหม่ของฟันได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งจะทำให้ฟันคงสภาพและไม่เคลื่อนตัวกลับไปอีก
รีเทนเนอร์ มีกี่แบบ กี่ประเภท ?
รีเทนเนอร์มีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ทันตแพทย์จะช่วยให้คำแนะนำว่ารีเทนเนอร์แบบไหนที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด
รีเทนเนอร์แบบถอดได้ (Removable Retainer)
รีเทนเนอร์ชนิดนี้ผู้ใส่สามารถถอดเข้าออกเองได้ ทำให้สะดวกต่อการทำความสะอาดฟันและตัวรีเทนเนอร์ และต้องมีวินัยในการใส่ตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด
- แบบลวด (Hawley Retainer) – แบบดั้งเดิมที่คุ้นเคยมีแผ่นอะคริลิคและลวดพาดหน้าฟัน เป็นรีเทนเนอร์แบบดั้งเดิมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย มีลักษณะเป็นแผ่น อะคริลิคอยู่บริเวณเพดานปากและมีลวดโลหะพาดอยู่ด้านหน้าฟัน ข้อดีคือมีความแข็งแรงทนทานและสามารถปรับแก้ไขได้เล็กน้อย

- แบบใส (Clear Retainer หรือ Vivera/Essix Retainer) – อุปกรณ์พลาสติกใสครอบฟันทั้งหมด เป็นรีเทนเนอร์ที่ทำจากพลาสติกใสครอบฟันทั้งหมด มีข้อดีที่โดดเด่นคือมองเห็นได้ยากทำให้ไม่รู้สึกเขินเมื่อต้องยิ้มหรือพูดคุย

รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer)
รีเทนเนอร์ชนิดนี้จะถูกยึดติดกับด้านหลังของฟัน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมใส่ แต่ก็ต้องใช้ความพยายามในการทำความสะอาดมากกว่าปกติ
- แบบลวด (Bonded Retainer) – ลวดเส้นเล็ก ๆติดอยู่ด้านหลังฟัน ข้อดีคือไม่ต้องกลัวลืมใส่เลยและมองไม่เห็นจากภายนอก

รีเทนเนอร์พิเศษสำหรับคนไม่ชอบเพดาน
สำหรับผู้ที่รู้สึกไม่สบายหรือไม่ชอบความรู้สึกที่มีแผ่นอะคริลิกอยู่ในเพดานปาก มีรีเทน เนอร์บางประเภทที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ
- รีเทนเนอร์ไร้เหงือก (แบบใส) – มีลักษณะคล้ายรีเทนเนอร์แบบใสครอบฟันอย่างเดียว ไม่มีส่วนของเหงือกหรือเพดาน ทำให้รู้สึกบางเบาสบายกว่า แต่เนื่องจากมีโครงสร้างที่น้อยกว่าจึงอาจมีความแข็งแรงน้อยกว่าแบบที่มีส่วนของเหงือกหรือเพดาน ข้อดีคือบาง เบาสบาย แต่ไม่แข็งแรงเท่าแบบมีเหงือก

- รีเทนเนอร์ไร้เพดาน (แบบลวด) – เป็นรีเทนเนอร์แบบลวดที่มีการออกแบบให้ลวดติดกับเหงือกด้านในเท่านั้น ไม่ได้ติดกับเพดาน เหมาะสำหรับคนมีปัญหาในการพูดหรือรู้สึกรำคาญจากรีเทนเนอร์แบบดั้งเดิม
ราคารีเทนเนอร์ เตรียมเงินไว้เท่าไหร่ดี ?
ราคาของรีเทนเนอร์นั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทและปัจจัยหลายอย่าง โดยสามารถแบ่งราคาโดยประมาณได้ดังนี้
- รีเทนเนอร์แบบลวด – ราคาเริ่มต้น
เป็นประเภทที่มีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-5,000 บาทต่อคู่ (บน-ล่าง) ซึ่งอาจรวมค่าพิมพ์ฟันแล้วในบางคลินิก แต่ถ้าทำเพืยง ชิ้นเดียว (ฟันบนหรือฟันล่าง) ราคาจะถูกลงมา
- รีเทนเนอร์แบบใส – ราคาสูงกว่าแบบลวด
มักจะมีราคาสูงกว่าแบบลวดเล็กน้อย ราคาเริ่มต้นอาจอยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาท ต่อคู่ เนื่องจากวัสดุที่ใช้ผลิตมีความละเอียดและต้องมีการผลิตที่ซับซ้อนกว่า
- รีเทนเนอร์แบบติดแน่น – ราคาอาจรวมอยู่ในแพ็กเกจจัดฟันแล้ว หรือ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในหลาย ๆ คลินิกราคาของรีเทนเนอร์แบบติดแน่นอาจรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายแพ็คเกจการจัดฟันแบบติดแน่นอยู่แล้ว แต่หากไม่ได้รวมไว้ หรือ ต้องทำเพิ่มเติมในภายหลัง อาจมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับวัสดุและจำนวนซี่ที่คิดลวด โดยเฉลี่ยแล้วอาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-5,000 บาทต่อชิ้น (ฟันบนหรือฟันล่าง)
ปัจจัยที่ทำให้รีเทนเนอร์ราคาต่างกัน
ราคาของรีเทนเนอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้วย
วัสดุ : คุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการทำรีเทนเนอร์ส่งผลต่อราคาโดยตรง เช่น รีเทนเนอร์ใสบางแบรนด์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือ รีเทนเนอร์แบบพิเศษที่ใช้วัสดุทนทานกว่าปกติ จะมีราคาสูงกว่าวัสดุทั่วไป
คลินิกทันตกรรม : แต่ละคลินิกมีนโยบายการกำหนดราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับค่าบริการของคลินิกนั้น ๆ รวมถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์ บางคลินิกอาจมีโปรโมชันพิเศษหรือแพ็กเกจที่รวมค่าใช้จ่ายรีเทนเนอร์ไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้ราคาโดยรวมถูกลง
จำนวนชิ้นที่ทำ : หากทำรีเทนเนอร์เพียงแค่ชิ้นเดียว (ฟันบนหรือฟันล่าง) ราคาย่อมถูกกว่าการทำทั้งสิงชิ้น (ฟันบนและฟันล่าง) นอกจากนี้ในบางกรณีที่ฟันเคลื่อนที่ไปมากแล้ว อาจต้องทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
แนวทางการเลือกรีเทนเนอร์
พิจารณาจากไลฟ์สไตล์และความชอบ
การเลือกรีเทนเนอร์ควรสอดคล้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อให้การดูแลรักษาเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกที่สุด
- คนขี้ลืม – หากคุณเป็นคนที่ไม่สามารถจำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือไม่มั่นใจว่าจะใส่รีเทนเนอร์เป็นประจำได้ตลอดเวลา รีเทนเนอร์แบบติดแน่นคือคำตอบที่ใช่เพราะเมื่อทันตแพทย์ฺติดให้แล้วคุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมใส่อีกเลย
- คนอยากสวยแบบเนียน ๆ – เป็นรีเทนเนอร์ที่ใช้วัสดุที่มีความโปร่งใส รีเทนเนอร์แบบใสคือตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการให้รอยยิ้มดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องการให้ใครสังเกตเห็นว่ากำลังใส่อุปกรณ์ใด ๆ อยู่ ทำให้ไม่กระทบต่อบุคลิกภาพ
- คนเน้นทนทานและราคาเป็นมิตร – หากคุณให้ความสำคัญกับความแข็งแรงทนทานและต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย รีเทนเนอร์แบบลวดคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยวัสดุที่เป็นโลหะทำให้มีความคงทนสูงและหากเกิดปัญหาเล็กน้อยก็สามารถปรับแก้ไขได้ง่าย
พิจารณาจากความต้องการพิเศษ
นอกเหนือจากไลฟ์สไตล์แล้ว การพิจารณาความต้องการเฉพาะก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน
- การใช้งาน – รีเทนเนอร์แต่ละชนิดมีการใช้งานที่ต่างกันออกไป เช่น แบบถอดได้ สะดวกต่อการทำความสะอาดฟันและตัวรีเทนเนอร์ แต่แบบติดแน่น ต้องอาศัยการดูแลทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน
- ความสวยงาม – ความสวยงามและบุคลิกภาพอาจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบางคน รีเทนเนอร์แบบใสจะให้ความรู้สึกที่เนียนตามากกว่าและไม่ทำให้รู้สึกกังวลเมื่อต้องพบปะผู้คน
- อายุการใช้งาน – รีเทนเนอร์ทุกชนิดมีอายุการใช้งานจำกัดและควรเปลี่ยนใหม่เมื่อเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แต่โดยทั่วไป แบบลวด อาจมีความทนทานต่อการแตกหักมากกว่า
การเลือกสีรีเทนเนอร์ (สำหรับรีเทนเนอร์แบบลวด)
การเลือกสีรีเทนเนอร์แบบลวดเป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ช่วยสร้างความสนุกสนานและบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้ มีตัวเลือกมากมายให้คุณได้เลือกสรร เช่น
- สีเรียบ ๆ – สีโปร่งใส สีขาวหรือสีอ่อน ๆ ที่ใกล้เคียงกับสีเหงือก จะทำให้รีเทน เนอร์ดูเป็นธรรมชาติ
- สีพาสเทล – สีชมพู สีฟ้า หรือ สีเขียวพาสเทล เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสดใส เหมาะสำหรับวัยรุ่นหรือผู้ที่ชื่นชอบความน่ารัก
- สีเข้ม น้ำเงิน ดำ – สีเข้มจะช่วยเสริมลุคให้ดูโดดเด่นและมีสไตล์ แต่ต้องระวังคราบจากอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม
- สีที่เข้ากับผิว – การเลือกสีที่เข้ากับโทนสีผิวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เช่น ผิวขาวเลือกได้ทุกสี แต่ถ้าผิวคล้ำอาจจะเหมาะกับสีโทนสว่าง เช่น สีส้ม สีชมพู
ตัวอย่างรีเทนเนอร์
ดีไซน์รีเทนเนอร์แบบลวดในปัจจุบันมีหลากหลายมาก ไม่ได้มีแค่แผ่นอะคริลิคสีเดียวอีกต่อไป
- ภาพรวมของดีไซน์ยอดฮิต – หลายคลินิกมีลายให้เลือกมากมาย เช่น ลายการ์ตูน ลายดอกไม้ หรือลายที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ
- สีสันที่วัยรุ่นนิยม – นอกจากสีพาสเทลแล้ว การเลือกสีที่เข้ากับเครื่องแต่งกาย หรือ การผสมสีสองสีก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
- เคสตัวอย่างจากคนที่เคยใช้จริง – บางคลินิกมีภาพรีวิวจากผู้ใช้งานจริงให้ดูประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การเลือกรีเทนเนอร์
1.รีเทนเนอร์คืออะไร ?
รีเทนเนอร์คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับคงสภาพฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและป้องกันไม่ให้ตำแแหน่งเดิมหลังจากการจัดฟันเสร็จสิ้นแล้ว
2.รีเทนเนอร์มีกี่แบบ?
รีเทนเนอร์มี 2 แบบหลัก ๆ คือ
- รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer) – เป็นลวดที่ดีอยู่กับด้านหลังของฟันหน้าทั้งฟันบนและฟันล่าง
- รีเทนเนอร์แบบถอดได้ (Removable Retainer) – เป็นรีเทนเนอร์ที่สามารถใส่และถอดได้เอง มีหลายชนิดเช่น แบบใส (Clear Retainer) และแบบลวด (Hawley Retainer)
3.รีเทนเนอร์แบบไหนดีที่สุด?
ไม่มีรีเทนเนอร์แบบไหนที่ดีที่สุด เพราะแต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป การเลือกใช้รีเทนเนอร์ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของทันตแพทย์และลักษณะการจัดฟันของแต่ละบุคคล
4.รีเทนเนอร์แบบใสกับแบบลวดต่างกันอย่างไร?
- รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer) – มีลักษณะเป็นพลาสติกใสครอบฟันทั้งหมด ข้อดีคือดูสวยงามกว่าและทำความสะอาดง่าย แต่ไม่สามารถปรับแต่งได้
- รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer) – เป็นลวดโลหะและแผ่นพลาสติกที่แนบกับเพดานปาก ข้อดีคือทนทานและสามารถปรับแต่งได้ แต่ต้องระวังเรื่องการพูดในระยะแรกของการใช้งาน
5.สีของรีเทนเนอร์แบบลวดเลือกได้ไหม?
สามารถเลือกสีของรีเทนเนอร์แบบลวดได้ มีหลายสีให้เลือกทั้งแบบสีเดียวหรือแบบผสมสี ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้รีเทนเนอร์แบบลวดมีความน่าสนใจมากขึ้น
6.มีสีรีเทนเนอร์แบบลวดแบบไหนสวยบ้าง?
ความสวยงามเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล แต่สีที่คนนิยมเลือกกันบ่อย ๆ ได้แก่
- สีใสหรือสีอ่อน ๆ เช่น สีชมพูอ่อน สีฟ้าอ่อน
- สีสันสดใส เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง
- สีแบบผสม เช่น การไล่เฉดสี หรือ การเลือกสีให้เข้ากับสีของฟันหรือผิวหน้า
7.ต้องใส่รีเทนเนอร์นานแค่ไหน?
ในระยะแรกทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่ตลอดเวลา (ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและทำความสะอาดฟัน) ในช่วง 6 เดือนแรกถึง 1 ปี หลังจากนั้นจะให้ใส่แค่ตอนนอนในเวลากลางคืน ซึ่งอาจต้องใส่ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีหรือตลอดชีวิต
8.ถ้าไม่ใส่รีเทนเนอร์จะเป็นอย่างไร?
หากไม่ใส่รีเทนเนอร์ ฟันที่จัดมาแล้วจะค่อย ๆ เคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเดิม ทำให้ฟันล้มหรือไม่เป็นระเบียบเหมือนเดิมได้
9.การดูแลรีเทนเนอร์ต้องทำอย่างไร?
ควรแปรงทำความสะอาดรีเทนเนอร์ทุกครั้งที่ถอดออกและเก็บไว้ในกล่องที่ทันตแพทย์ให้เพื่อป้องกันการสูญหายหรือเสียหาย นอกจากนี้ไม่ควรแช่รีเทนเนอร์ในน้ำร้อนหรือน้ำยาบ้วนปากและไม่ควรทานอาหารขณะใส่รีเทนเนอร์
10.ราคาของรีเทนเนอร์แต่ละแบบต่างกันไหม?
ราคาของรีเทนเนอร์แต่ละแบบอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดและวัสดุที่ใช้ โดยทั่วไปรีเทนเนอร์แบบถอดได้อาจมีราคาที่สูงกว่าแบบติดแน่นเล็กน้อย แต่ราคาจะรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายในการจัดฟันแล้ว
สรุป รีเทนเนอร์ ตัวช่วยสำคัญที่ต้องดูแล
บทสรุปการเลือกรีเทนเนอร์เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือตัวช่วยที่จะคงสภาพรอยยิ้มที่สวยงามของคุณไว้ไปอีกนาน ดังนั้นการปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รีเทนเนอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความต้องการของคุณได้มากที่สุด
- การเลือกรีเทนเนอร์ที่ดี
การเลือกรีเทนเนอร์ที่ดีคือการเลือกที่เหมาะสมกับสภาพฟันและไลฟ์สไตล์ โดยรีเทนเนอร์ หลัก ๆ มี 3 ประเภท ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสียที่ควรพิจารณา
รีเทนเนอร์
| ประเภทรีเทนเนอร์ | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับใคร |
| 1.รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawlay Retainer) | ทนทาน อายุการใช้งานนาน 5-10 ปี หากดูแลดี ทำความสะอาดง่าย ปรับแก้ได้หากหลวมหรือแน่นไป คงสภาพฟันและช่วยเรื่องการสบฟันได้ดี สามารถเลือกสีและลวดลายของอะคริลิกได้ | เห็นเส้นลวดเวลาพูดหรือยิ้ม อาจรบกวนการพูดช่วงแรก อาจระคายเคืองช่องปากบ้าง | ผู้ที่ต้องการความทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน ทำความสะอาดง่าย เน้นการคงสภาพฟันในระยะยาว |
| 2.รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer) | สวยงาม มองไม่เห็นเวลาใส่ เป็นพลาสติกใสครอบฟัน ช่วยให้บุคลิกภาพมั่นใจ | เปราะบาง แตกง่าย อายุการใช้งานสั้นกว่า 1-2 ปี ไม่สามารถปรับแก้ได้ ต้องทำใหม่หากแตกหรือผิดรูป ทำความสะอาดยากกว่าแบบลวด อาจมีปัญหาน้ำลายขังหรือเกิดคราบสีง่าย | ผู้ที่เน้นความสวยงามบุคลิกภาพ ไม่ต้องการให้เห็นเครื่องมือ เหมาะกับช่วงกลางวัน/ทำงาน (มักแนะนำให้ใช้ควบคู่กับแบบลวดใส่นอน) |
| 3.รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer) | มีประสิทธิภาพสูงในการคงสภาพฟันไม่ต้องกลัวลืมใส่ | ทำความสะอาดยาก ต้องใช้ไหมขัดฟันพิเศษ มีโอกาสหลุดหรือหักได้ ต้องให้ทันตแพทย์เท่านั้นที่ถอดออกได้ | ผู้ที่มีความเสี่ยงที่ฟันจะเคลื่อนตัวกลับสูง หรือ ผู้ที่มีวินัยในการใส่รีเทนเนอร์แบบถอดได้น้อย |
- ข้อควรรู้ก่อนเลือกรีเทนเนอร์
ก่อนตัดสินใจเลือกรีเทนเนอร์ มีหลายประเด็นที่คุณต้องทำความเข้าใจเพื่อประกอบการตัดสินใจ
- ความสำคัญของวินัย – รีเทนเนอร์จะทำงานได้ดีต้องขึ้นอยู่กับ วินัยในการใส่ ของเราเป็นหลัก หากรู้ตัวว่ามีแนวโน้มจะลืมใส่บ่อย รีเทนเนอร์แบบติดแน่นอาจเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา
- ระยะเวลาการใช้งานและค่าใช้จ่าย
แบบลวด – ทนทาน อายุการใช้งานยาวนานกว่า
แบบใส – อายุการใช้งานสั้นกว่า ราคาอาจสูงกว่า
- การดูแลรักษา – รีเทนเนอร์แบบใส ต้องดูแลเป็นพิเศษ ระวังความร้อนและต้องทำความสะอาดสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เกิดคราบและกลิ่น แบบติดแน่นต้องเน้นการทำความสะอาดบริเวณลวดเป็นพิเศษ
- ความสวยงาม vs. การคงสภาพฟัน – ถ้าเน้นความสวยงามยามยิ้ม แบบใส ชนะขาด หรือ ถ้าเน้นความแข็งแรง การปรับแก้ และการคงสภาพฟันในระยะยาว แบบลวดมักถูกแนะนำมากกว่า
- ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ใส่รีเทนเนอร์แล้วไม่ลืม
วินัยเป็นเรื่องยากแต่มีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณใส่รีเทนเนอร์ได้สม่ำเสมอจนเป็นนิสัย
- กำหนดตำแหน่งการจัดเก็บ – วางกล่องรีเทนเนอร์ไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน ข้างเตียงนอน หรือ บนโต๊ะแปรงฟัน ให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรก่อนนอน
- ตั้งนาฬิกาเตือน – ใช้การแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือ หรือ ตั้งเป็น กิจกรรมในปฏิทิน เพื่อเตือนให้ใส่รีเทนเนอร์ก่อนเข้านอน
- ผูกกับพฤติกรรมเดิม – ใส่รีเทนเนอร์ทันที หลังจากที่คุณแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือ ทันทีที่กลับถึงบ้านหลังเลิกงานหรือเลิกเรียน
- เลือกสีสัน หรือ สไตล์ที่ชอบ – หากคุณเลือกแบบลวด การได้เลือกสีหรือลวดลายของอะคริลิกที่ถูกใจ จะทำให้คุณรู้สึกผูกพันและอยากใส่รีเทนเนอร์มากขึ้น
- คิดถึงค่าใช้จ่าย – เตือนตัวเองเสมอว่า ฉันจ่ายเงินไปเยอะมากเพื่อจัดฟันให้สวย และถ้าไม่ใส่รีเทนเนอร์ ฟันจะเคลื่อนและฉันต้องเสียเงิน และเสียเวลาเพื่อจัดฟันใหม่อีกครั้ง
- มีกล่องสำรอง – เก็บกล่องรีเทนเนอร์สำรองไว้ในกระเป๋าหรือที่ทำงาน โรงเรียนอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการเผลอทิ้งหรือห่อใส่ทิชชู่แล้วลืม

“รีเทนเนอร์ไม่ใช่แค่เรื่องฟัน แต่เป็นเรื่องของวินัยและสไตล์ด้วย”
การจัดฟันมันคือการลงทุนครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องเงินและเวลา อดทนมาจนถึงจุดที่ฟันสวยแล้ว อย่าให้ความสวยนั้นอยู่กับเราไม่นานเพราะความประมาท
- เรื่องของวินัย – ฟันมีแนวโน้มจะกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม โดยเฉพาะในช่วง 1 ปีแรกหลังถอดเครื่องมือ การใส่รีเทนเนอร์อย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของคุณหมอ จึงเป็นการรักษาสภาพฟันให้คงที่ที่สุด มันคือ บททดสอบวินัย ครั้งสุดท้ายของน้องหลังการจัดฟัน น้อง ๆลองคิดว่ารีเทนเนอร์คือ กุญแจสำคัญ ที่จะล็อกความสำเร็จของการจัดฟันไว้ ถ้าทิ้งกุญแจนี้ไป ความสวยงามของฟันก็จะถูกพรากไปอย่างรวดเร็ว
- เรื่องของสไตล์ – รีเทนเนอร์แบบลวดไม่ได้น่าอายอีกต่อไปแล้ว น้อง ๆ สามารถเลือกสี เลือกสติกเกอร์ หรือ ลวดลายที่สะท้อนความเป็นตัวคุณได้เลย รีเทนเนอร์จึงกลายเป็นเหมือน เครื่องประดับแฟชัน ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากไปพร้อมกัน การที่น้องมั่นใจกับรีเทนเนอร์ที่เลือกเอง ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการใส่และทำให้วินัยในการใส่เป็นเรื่องสนุกขึ้นได้
สุดท้าย ใส่รีเทนเนอร์อย่างมีวินัย และสนุกกับสไตล์ที่เลือกนะคะ












