[รวมเคส] ฟันแตก ทำไงดี ? การรักษาอาการฟันแตก

ทำไมการดูแลรักษาฟันแตกจึงมีความสำคัญ

การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และ เมื่อพูดถึงปัญหาฟันแตก การจัดการอย่างทันท่วงทีก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น  บทความนี้จะเจาะลึกถึงความสำคัญของการดูแลรักษาฟันแตก สาเหตุ และ ประเภทของฟันแตก เพื่อให้คุณเข้าใจและรับมือกับปัญหานี้ได้อย่างถูกวิธี

ความสำคัญของการดูแลรักษาฟันแตก

เพื่อป้องกันความเจ็บปวดและอาการไม่สบาย – ฟันที่แตกอาจทำให้เกิดอาการเสียวฟัน เจ็บปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือ แม้กระทั่งปวดอย่างรุนแรง หากรอยแตกไปถึงโพรงประสาท การรักษาจะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

ป้องกันการติดเชื้อ – รอยแตกบนฟันเป็นช่องทางให้แบคทีเรียเข้าสู่เนื้อฟัน และ โพรงประสาท ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อ ฟันเป็นหนอง และ การอักเสบที่รุนแรง

รักษาโครงสร้างฟันและฟังก์ชันการบดเคี้ยว – ฟันที่แตกจะอ่อนแอลงและอาจแตกหักเพิ่มขึ้นได้ การรักษาจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของฟันและฟื้นฟูความสามารถในการบดเคี้ยวอาหารให้กลับมาเป็นปกติ

ป้องกันการสูญเสียฟัน — กรณีที่ฟันแตกรุนแรง ฟันที่แตกมากอาจไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ และจำเป็นต้องถอนออก ซึ่งส่งผลต่อการเคี้ยว การพูด และความสวยงาม การรักษาที่ทันท่วงทีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของฟันซี่นั้นได้

รักษาความสวยงามของรอยยิ้ม – ฟันที่แตกอาจส่งผลต่อความมั่นใจ การรักษาจะช่วยคืนความสวยงามให้กับฟันและรอยยิ้มของคุณ

ฟันแตก คืออะไร

ฟันแตกหมายถึง ภาวะที่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างของฟัน ทำให้เกิดรอยร้าว รอยแตก หรือ การแยกตัวของเนื้อฟัน ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งที่ผิวเคลือบฟัน เนื้อฟัน หรือ ลึกไปจนถึงโพรงประสาทฟัน โดยมีความรุนแรงและลักษณะการแตกที่แตกต่างกันไป

ฟันแตก ทำไงดี สาเหตุและการจำแนกประเภท

เมื่อฟันเกิดความเสียหาย การเข้าใจถึงสาเหตุและประเภทของการแตกจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ทำไมฟันถึงแตก สาเหตุที่เราควรรู้

ฟันแตกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

การกัดหรือเคี้ยวของแข็ง – การเผลอกัดโดนอาหารที่แข็งมาก เช่น เมล็ดข้าวโพดคั่ว กระดูกอ่อน น้ำแข็ง ลูกอมแข็ง ๆ สามารถทำให้ฟันแตกได้

การกระทบกระเทือนหรืออุบัติเหตุ – การล้ม การได้รับแรงกระแทกบริเวณใบหน้า หรือ การเล่นกีฬา โดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน สามารถทำให้ฟันแตกหรือหักได้

ฟันที่อ่อนแออยู่แล้ว

  • ฟันที่มีรอยอุดขนาดใหญ่ – ฟันที่ได้รับการอุดมานานหรือมีการอุดขนาดใหญ่ อาจมีความแข็งแรงลดลงและมีแนวโน้มที่จะแตกได้ง่ายขึ้น
  • ฟันที่ได้รับการรักษารากฟัน – ฟันที่ผ่านการรักษารากฟันจะเปราะบางกว่าฟันปกติ
  • เนื่องจากสูญเสียเลือดและน้ำหล่อเลี้ยงทำให้มีความยืดหยุ่นน้อยลงและแตกง่าย
  • ฟันผุ – ฟันผุที่ลึกมากจนทำลายโครงสร้างฟันไปมาก จะทำให้ฟันอ่อนแอและแตกหักได้ง่าย
  • การนอนกัดฟัน – การบดเคี้ยวหรือกัดฟันโดยไม่รู้ตัวขณะนอนหลับ ทำให้ฟันต้องรับแรงบดเคี้ยวที่รุนแรงและต่อเนื่องจนเกิดการสึกกร่อนและรอยร้าวบนฟันได้
  • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่รุนแรง – การรับประทานอาหารร้อนสลับกับเย็นจัดอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดการขยายตัวและหดตัวของฟันอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดรอยร้าวเล็ก ๆ บนผิวเคลือบฟันได้
  • อายุที่เพิ่มขึ้น – เมื่ออายุมากขึ้น ฟันจะผ่านการใช้งานมานาน เกิดการสึกหรอและอาจมีรอยร้าวสะสม ทำให้ฟันเปราะบางและแตกง่ายขึ้น

ระดับความรุนแรงของฟันแตก แตกแค่ไหน อันตรายแค่ไหน

ฟันแตกสามารถจำแนกออกได้หลายประเภทตามลักษณะและความรุนแรงของรอยแตก ซึ่งแต่ละประเภทก็ต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน

ระดับที่ 1 : รอยร้าวขนาดเล็ก (Craze Lines)

  • ลักษณะ – เป็นรอยร้าวเล็ก ๆที่เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณผิวเคลือบฟันชั้นนอกเท่านั้นไม่ลึกถึงเนื้อฟัน
  • อันตราย – จะมักไม่มีอาการเจ็บปวดหรือเสียวฟันและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อฟันในระยะยาว ส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านความสวยงาม
  • การรักษา – มักไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่หากกังวลเรื่องความสวยงาม สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการขัดฟันหรือพิจารณาการทำวีเนียรได้

ระดับที่ 2 : ฟันแตกบางส่วน (Fractured Cusp)

  • ลักษณะ – เป็นการแตกที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวฟัน ซึ่งเป็นปุ่มนูน ๆ บนด้าน บดเคี้ยวของฟัน อาจเกิดจากการกัดของแข็งหรือฟันซี่นั้นมีการจุดขนาดใหญ่
  • อันตราย – อาจทำให้มีอาการเสียวฟันหรือไม่สบายเวลาเคี้ยว และหากปล่อยไว้ อาจทำให้ส่วนที่แตกหักเพิ่มขึ้น หรือ เชื้อโรคเข้าสู่โพรงประสาทได้
  • การรักษา – ทันตแพทย์จะพิจารณาการอุดฟันใหม่ การครอบฟัน หรือ ในบาง กรณีอาจต้องรักษารากฟันหากรอยแตกใกล้โพรงประสาทมาก

ระดับที่ 3 : ฟันแตกทะลุโพรงประสาท (Cracked Tooth)

  • ลักษณะ – เป็นรอยแตกที่เริ่มต้นจากผิวฟันและลึกลงไปจนถึงเนื้อฟันและโพรงประสาทฟัน
  • อันตราย – ทำให้เกิดอาการเสียวฟันอย่างรุนแรง เจ็บปวดเมื่อเคี้ยวอาหารหรือ เมื่อฟันสัมผัสกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อในโพรงประสาทฟันได้
  • การรักษา – มักจำเป็นต้องรักษารากฟันเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก และตาม ด้วยการครอบฟันเพื่อเสริมความแข็งแรง

ระดับที่ 4 : ฟันแตกแนวตั้ง (Split Tooth)

  • ลักษณะ – เป็นการแตกที่เริ่มต้นจากด้านบนของฟันและลามลงมาในแนวตั้งผ่านโพรงประสาทฟันและลงไปถึงรากฟัน
  • อันตราย – เป็นประเภทที่รุนแรงมาก ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงในกระดูกรอบ ๆ รากฟัน
  • การรักษา – ในกรณีส่วนใหญ่มักจะต้องถอนฟันซี่นั้นออก เนื่องจากไม่สามารถรักษาให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ระดับที่ 5 : ฟันแตกถึงราก (Vertical Root Fracture)

  • ลักษณะ – เป็นการแตกที่เริ่มต้นจากรากฟัน และลามขึ้นไปในแนวตั้งสู่โพรงประสาทฟัน มักพบในพื้นที่เคยรักษารากฟันมาแล้ว
  • อันตราย – เป็นปัญหาที่ยากต่อการวินิจฉัยและรักษา มักไม่มีอาการจนกว่าจะมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงที่ปลายรากฟัน
  • การรักษา – ส่วนใหญ่แล้ว ฟันที่แตกถึงรากจำเป็นต้องถอนออก เนื่องจากไม่สามารถรักษาได้ และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซาก

เคสฟันแตก

รวมเคสฟันแตก พร้อมรู้จักอาการ และ เข้าใจวิธีการรักษา

ฟันแตกเป็นรูหรือฟันกรามแตกเป็นโพรง เป็นปัญหาทางทันตกรรมที่พบบ่อยและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การแตกหักลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การกัดของแข็ง อุบัติเหตุ ฟันผุลึกจนเนื้อฟ้นไม่เหลือพอรองรับแรงบดเคี้ยว หรือ แม้แต่ฟันที่เคยผ่านการรักษารากฟันมาแล้วและไม่ได้ทำครอบฟัน มักจะมีความเปราะบางและเสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายกว่าฟันปกติ

ลักษณะอาการและสิ่งที่ควรทำเบื้องต้น

เมื่อฟันแตกเป็นรูหรือเป็นโพรง คุณอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการเสียวฟัน – โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารร้อน เย็น หรือ หวาน เนื่องจากเนื้อฟันชั้นในหรือโพรงประสาทฟันอาจสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นภายนอก
  • ปวดฟัน – อาจปวดเป็น ๆ หาย ๆ หรือ ปวดตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการแตกและว่าฟันนั้นติดเชื้อแล้วหรือไม่
  • รู้สึกว่ามีเศษอาหารติด – เศษอาหารอาจเข้าไปติดในรอยแตก ทำให้เกิดความรำคาญและอาจนำไปสู่การสะสมของแบคทีเรีย
  • มีกลิ่นปาก – หากมีเศษอาหารติดค้างนาน ๆ หรือมีการติดเชื้อ อาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้
  • สังเกตเห็นรอยแตก – บางครั้งอาจมองเห็นรอยแตกหรือโพรงด้วยตาเปล่าหรือรู้สึกได้ด้วยลิ้นสัมผัส

สิ่งที่ควรทำเบื้องต้น

  • งดใช้ฟันซี่นั้นเคี้ยวอาหาร – หลีกเลี่ยงการใช้ฟันซี่ที่แตกเคี้ยวอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแตกขยายใหญ่ขึ้น หรือ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการปวดรุนแรงขึ้น
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ – ช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก
  • ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดเบา ๆ – หากมีเศษอาหารติด ให้ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง
  • ประคบเย็น – ประคบเย็นบริเวณแก้มภายนอกเพื่อช่วยลดอาการบวมและปวด
  • รีบไปพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด – คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ปัญหาลุกลามและรักษายากขึ้น

ทางเลือกการรักษา – อุดฟัน ครอบฟัน หรือ รักษารากฟัน

ทันตแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาจากความรุนแรงและลักษณะการแตกของฟัน

  • การอุดฟัน (Dental Filling) – เหมาะสำหรับกรณีที่ฟันแตกไม่ลึกมาก เนื้อฟันยังเหลืออยู่มากพอ และโพรงประสาทฟันไม่ได้รับการกระทบกระเทือน ทันตแพทย์จะทำความสะอาดรอยแตกและอุดด้วยวัสดุอุดฟัน เช่น วัสดุคอมโพสิต หรือ อมัลกัม
  • การครอบฟัน (Dental Crown) – เหมาะสำหรับฟันที่แตกค่อนข้างมาก เนื้อฟันถูกทำลายไปมาก แต่รากฟันยังแข็งแรงดี การครอบฟันจะช่วยปกป้องฟันที่เหลืออยู่ให้แข็งแรงขึ้น และช่วยฟื้นฟูรูปร่างและการทำงานของฟันให้กลับมาเป็นปกติ ทันตแพทย์จะกรอแต่งฟันและทำครอบฟันมาสวมทับ
  • การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) และการครอบฟัน – หากรอยแตกนั้นลึกจนไปถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้มีการติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อในฟันตาย อาจจำเป็นต้องรักษารากฟันก่อน เพื่อกำจัดเนื้อเยื่้อที่ติดเชื้อออก จากนั้นจึงอุดคลองรากฟันและมักจะตามด้วยการทำครอบฟัน เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันการแตกหักซ้ำ เนื่้องจากฟันที่ผ่านการรักษารากฟันแล้วจะเปราะบางกว่าปกติ

ฟันที่อุดแตก เกิดจากอะไร 

ฟันที่เคยได้รับการอุดมาแล้วก็สามารถแตกได้เช่นกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและอาจสร้างความกังวลใจให้กับผู้ป่วย

วัสดุอุดฟันไม่ได้คงทนถาวรไปตลอดชีวิต มีหลายสาเหตุที่ทำให้วัสดุอุดฟันแตกหรือหลุดได้

  • อายุการใช้งานของวัสดุ – วัสดุอุดฟันแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานที่จำกัด เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเสื่อมสภาพ แตก หรือ สึกกร่อนได้
  • แรงบดเคี้ยวที่มากเกินไป – การเคี้ยวของแข็ง การนอนกัดฟัน หรือการใช้ฟันผิดประเภทอาจทำให้วัสดุอุดฟันรับแรงมากเกินไปและแตกได้
  • ขนาดของการอุด – การอุดฟันขนาดใหญ่โดยเฉพาะในฟันกรามอาจทำให้ขอบของวัสดุอุดรับแรงได้ไม่ดีและเกิดการแตกหักได้
  • ฟันผุรอบวัสดุอุด – หากมีฟันผุเกิดขึ้นบริเวณขอบของวัสดุอุด จะทำให้โครงสร้างของฟันอ่อนแอลง และทำให้วัสดุอุดแตกหรือหลุดได้ง่ายขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ – การรับประทานอาหารที่ร้อนจัดสลับกับเย็นจัดบ่อย ๆ อาจทำให้วัสดุอุดและเนื้อฟันมีการขยายและหดตัวไม่เท่ากัน ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยร้าวและแตกหักได้
  • การเตรียมโพรงฟันที่ไม่เหมาะสม – หากทันตแพทย์ไม่ได้เตรียมโพรงฟันอย่างเหมาะสม หรือมีการยึดติดของวัสดุอุดกับเนื้อฟันไม่ดีพอ ก็อาจทำให้วัสดุอุดหลุดหรือแตกได้

การจัดการเมื่อวัสดุอุดแตก ซ่อมได้ไหม หรือ ทำต้องทำใหม่

  • เมื่อวัสดุอุดฟันแตก สิ่งที่ควรทำคือรีบไปพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการรักษา
  • ซ่อมได้ไหม – ในบางกรณีหากรอยแตกเล็กน้อยและวัสดุอุดยังคงยึดติดกับฟันได้ดี ทันตแพทย์อาจพิจารณาซ่อมแซมโดยการอุดเพิ่มเติมบริเวณที่แตก
  • ต้องทำใหม่ – ในกรณีส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อวัสดุอุดแตกเป็นชิ้นใหญ่ มีฟันผุใต้รอยอุดเดิม หรือ วัสดุอุดหลุดออกมาทั้งหมด ทันตแพทย์มักแนะนำให้รื้อวัสดุอุดเดิมออกและทำใหม่ทั้งหมดเพื่อให้การยึดเกาะแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานขึ้น
  • เปลี่ยนแผนการรักษา – หากการแตกของวัสดุอุดส่งผลกระทบต่อโครงสร้างฟันเดิมมาก หรือ เกิดฟันผุขนาดใหญ่ใต้รอยอุด ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้วิธีการรักษาที่ใหญ่ขึ้น เช่น การครอบฟัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและปกป้องฟันในระยะยาว

ลักษณะการแตกและการส่งผลต่อบุคลิกภาพ

การแตกของฟันหน้ามีได้หลายลักษณะตั้งแต่รอยร้าวเล็ก ๆ ไปจนถึงการแตกหักเป็นชิ้นใหญ่

  • รอยร้าวขนาดเล็ก – เป็นรอยร้าวที่ผิวเคลือบฟันมักไม่ก่อให้เกิดอาการปวดแต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจลึกเพิ่มขึ้น
  • ฟันบิ่น – มีการสูญเสียเนื้อฟันบริเวณขอบฟันเล็กน้อย อาจทำให้รู้สึกคมหรือมีอาการเสียวฟันบ้าง
  • ฟันแตก – มีการสูญเสียเนื้อฟันเป็นชิ้นใหญ่ อาจลึกถึงขั้นเนื้อฟันหรือโพรงประสาทฟัน ทำให้มีอาการปวดหรือเสียวฟันมาก
  • ฟันแตกถึงราก – เป็นการแตกที่รุนแรงที่สุด มักต้องได้รับการรักษารากฟันหรืออาจต้องถอนฟันในบางกรณี
  • ผลกระทบต่อบุคลิกภาพ – ฟันหน้าเป็นส่วนสำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจน การที่ฟันหน้าแตกหรือบิ่นอาจทำให้ ขาดความมั่นใจ ไม่กล้ายิ้มพูดคุย มีผลต่อการออกเสียง ปัญหาทางจิตใจ วิตกกังวล

วิธีแก้ปัญหาฟันแตก ตั้งแต่การบูรณะฟันไปจนถึงการทำวีเนียร์

ฟันหน้าแตกเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทั้งในด้านความสวยงามและสุขภาพช่องปาก ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจในการยิ้มและพูดคุย

ทันตแพทย์จะพิจารณาจากความรุนแรงและลักษณะการแตกของฟัน เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

การอุดฟันด้วยคอมโพสิต Composite Bonding

เหมาะสำหรับ ฟันหน้าแตกหรือบิ่นเล็กน้อย รอยแตกไม่ลึกมาก

  • วิธีการ – ทันตแพทย์จะใช้เราซินคอมโพสิตเหมือนฟัน นำมาเติมเต็มส่วนที่แตกหรือบิ่นแล้วฉายแสงให้แข็งตัว จากนั้นจะขัดแต่งให้เรียบเนียนและมีรูปร่างใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด
  • ข้อดี – เป็นการรักษาที่รวดเร็ว ราคาไม่แพง และคงสภาพฟันธรรมชาติได้มากที่สุด
  • ข้อจำกัด – อาจไม่ทนทานเท่ากับการรักษาแบบอื่นและอาจเกิดการติดสีจากอาหารหรือเครื่องดื่มได้เมื่อเวลาผ่านไป

การทำวีเนียร์ (Dental Veneers)

เหมาะสำหรับ ฟันหน้าแตกหรือบิ่นค่อนข้างมาก มีความต้องการปรับปรุงรูปร่างขนาดหรือสีของฟันร่วมด้วย

  • วิธีการ – ทันตแพทย์จะกรอแต่งผิวฟันด้านหน้าออกเล็กน้อย แล้วนำแผ่นวีเนียร์บาง ๆที่ทำจากวัสดุเซรามิกหรือคอมโพสิตมาติดทับลงบนผิวฟัน
  • ข้อดี – ให้ผลลัพธ์ด้านความสวยงามที่ยอดเยี่ยม มีความแข็งแรงทนทาน และทนต่อการติดสีได้ดี
  • ข้อจำกัด – มีราคาสูงกว่าการอุดฟัน และเป็นวิธีที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ (เพราะต้องมีการกรอผิวฟัน)

การครอบฟัน (Dental Crown)

เหมาะสำหรับ ฟันหน้าแตกหักรุนแรง สูญเสียเนื้อฟ้นไปมาก หรือ มีการรักษารากฟันร่วมด้วย

  • วิธีการ – ทันตแพย์จะกรอแต่งฟันให้มีขนาดเล็กลง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับสวมครอบฟัน ครอบฟันจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคลุมฟันทั้งซี่เพื่อฟื้นฟูรูปร่างความแข็งแรงและความสวยงามของฟัน
  • ข้อดี – ให้ความแข็งแรงและทนทานสูงสุด ช่วยปกป้องฟันที่เหลืออยู่
  • ข้อจำกัด – ต้องมีการกรอฟันออกมากที่สุด

การรักษารากฟันและการครอบฟัน (Root Canal Treatment and Crowning)

เหมาะสำหรับ ฟันหน้าแตกหักลึกถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อตาย

  • วิธีการ – ชั้นแรกคือการรักษารากฟันเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อและทำความสะอาดคลองรากฟัน จากนั้นจึงทำการอุดคลองรากฟันและตามด้วยการทำครอบฟัน เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับฟันที่ผ่านการรักษารากฟันมาแล้ว ซึ่งมักจะเปราะบางกว่าฟันปกติ
  • ข้อดี – ช่วยเก็บรักษาฟันธรรมชาติไว้ได้ ไม่ต้องถอน
  • ข้อจำกัด – เป็นการรักษาที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น

การดูแลและป้องกัน ทำอย่างไรไม่ให้ฟันแตกอีก

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง จะช่วยลดโอกาสการเกิดฟันแตกได้มาก

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง

  • แปรงฟันอย่างถูกวิธี – แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน โดยใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แปรงเบา ๆ ให้ทั่วถึงทุกซี่ฟัน รวมถึงลิ้นด้วย
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน – การแปรงฟันอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ซอกฟันได้หมด การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยกำจัดเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์บริเวณซอกฟันและร่องเหงือก
  • ใช้น้ำยาบ้วนปาก – น้ำยาบ้วนปากสามารถช่วยลดแบคทีเรียและทำให้ลมหายใจสดชื่น แต่ไม่ควรใช้แทนการแปรงฟันและไหมขัดฟัน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ – เน้นอาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ผักใบเขียว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
  • ลดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง – น้ำตาลเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ และฟันผุเป็นสาเหตุหนึ่งของฟันแตก
  • พบทันตแพทย์เป็นประจำ – ควรพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก ขูดหินปูน และรับคำแนะนำในการดูแลฟัน

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันฟันแตก

  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง – งดการเคี้ยวน้ำแข็ง ถั่วแข็ง เมล็ดผลไม้ที่มีเปลือกแข็ง กระดูก หรือ การใช้ฟันเปิดขวด เพราะอาจทำให้ฟันแตกหรือบิ่นได้
  • เลิกนอนกัดฟัน –  หากคุณมีพฤติกรรมการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำเฝือกสบฟันใส่ขณะนอนหลับเพื่อป้องกันฟันสึกและแตกหัก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ฟันเป็นเครื่องมือ – ไม่ควรใช้ฟันในการฉีกถุง เปิดขวด หรือ ตัดสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร
  • ระมัดระวังเมื่อเล่นกีฬา – หากเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนใบหน้า เช่น ชกมวย บาสเกตบอล ควรใส่ฟันยางป้องกัน
  • การดูแลเอาใจใส่สุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และการตระหนักถึงพฤติกรรมที่อาจทำร้ายฟัน จะช่วยให้คุณมีฟันที่แข็งแรงและสวยงามอยู่คู่กับคุณไปนาน ๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาฟันแตก

เจ็บฟันแตกควรรีบไปหาหมอเมื่อไหร่?

  • มีอาการปวดมาก ปวดเป็นพัก ๆ หรือปวดรุนแรงขณะเคี้ยวอาหาร
  • ฟันแตกเป็นรู หรือ ฟันแตกครึ่งจนเห็นเนื้อฟัน เสียวฟันกับของร้อนหรือเย็น
  • มีเลือดออก เหงือกบวม หรือ เป็นหนองบริเวณฟันที่แตก
  • ไม่สามารใช้ฟันเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ
  • สังเกตเห็นรอยแตกขนาดใหญ่หรือชิ้นฟันหลุดออกมา

ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟันแตกแพงไหม?

ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและวิธีรักษา ตัวอย่างราคาโดยประมาณ โดยค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันไปแต่ละคลินิกและขึ้นกับวัสดุที่ใช้

วิธีรักษา ช่วงราคา (บาท)

  • อุดฟัน 800-2,000 บาท
  • ถอนฟัน 900-2,000 บาท
  • รักษารากฟันหน้า 6,000-8,000 บาท
  • รักษารากฟันกรามน้อย 8,000-10,000 บาท
  • รักษารากฟันกราม 10,000-13,000 บาท
  • ครอบฟัน 12,000-25,000 บาท
  • เดิอยฟัน 2,500-5,000 บาท

ฟันแตกปล่อยไว้นานจะเป็นอันตรายหรือไม่?

  • ฟันแตกที่ปล่อยไว้นานมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียจนเป็นหน่องหรือเกิดฝีรากฟัน
  • ความเสียหายจะขยายและอาจลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน
  • เสี่ยงต้องสูญเสียฟันถาวร เพราะหากร้าวจนถึงราก อาจซ่อมแซมไม่ได้
  • อาจมีเหงือกอักเสบ กลิ่นปาก และปวดเรื้อรัง

ฟันแตกแบบไหนที่ควรรีบพบทันตแพทย์?

  • ฟันแตกเป็นรูขนาดใหญ่หรือแตกครึ่ง
  • ฟันแตกถึงโพรงปรสาทหรือแนวดิ่งถึงรากฟัน
  • มีอาการปวด เสียวฟัน หรือ เหงือกบวม
  • มีอาการปวดแบบไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • ฟันแตกแล้วมีหนองหรือกลิ่นปากแรง

ฟันแตกสามารถรักษาได้ไหม?

  • ฟันแตกสามารถรักษาได้ในเกือบทุกกรณี โดยทันตแพทย์จะเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับประเภทและระดับความรุนแรงของรอยแตก

ฟันแตกมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง?

  • อุดฟัน – สำหรับรอยแตกหรือบิ่นเล็กน้อย ใช้วัสดุอุดฟันแบบเรซิ่นหรือคอมโพสิต
  • ครอบฟัน – กรณีแตกมากหรือแตกจนถึงโพรงประสาท
  • วีเนียร์ – สำหรับฟันหน้าแตกเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม
  • ถอนฟัน – เมื่อตัวฟันเสียหายมากหรือแตกลึกถึงราก
  • รักษารากฟัน – หากรอยแตกถึงโพรงประสาทฟันหรือฟันอักเสบ
  • รากฟันเทียม – ในกรณีที่ต้องถอนฟัน สามารถฝังรากเทียมทดแทนได้ ควรให้ทันตแพทย์ประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา

ฟันแตกแล้วไม่เจ็บ ต้องไปหาหมอใหม?

  • ถึงแม้จะยังไม่เจ็บก็ควรไปตรวจกับทันตแพทย์ เพราะการที่ฟันแตกบางครั้งไม่มีอาการชัดเจน แต่เสี่ยงทำให้รอยแตกขยาย ลุกลามถึงโพรงประสาทฟันหรือเกิดการติดเชื้อในอนาคต

ฟันแตกสามารถป้องกันได้ไหม?

  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียว หรือของมีคม
  • สวมฟันยางขณะเล่นกีฬาหรือกรณีมีนอนกัดฟัน
  • เลิกใช้ฟันเปิดขวดยาหรือกัดงัดของแข็ง ๆ
  • แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีสม่ำเสมอ
  • พบหมอฟันเพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
  • ดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด ป้องกันฟันผุ อุดฟันที่มีร่องรอยหรือรอยร้าวให้เรียบร้อย

สรุป หากสงสัยว่าฟันแตกไม่ว่ามีอาการเจ็บหรือไม่ ควรเข้าพบทันตแพทย์โดยเร็วเพื่อลดความเสี่ยงในการเสียฟันถาวร ค่าใช้จ่ายขึ้นกับวิธีรักษา ฟันแตกป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปาก หลีกเลี่ยงนิสัยทำร้ายฟัน และอย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

บทความนี้จะเป็นข้อมูลที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหา ฟันแตก ฟันร้าว ฟันแตกเป็นรู ฟันกรามแตกเป็นโพรง ฟันที่อุดแตก   ทั้งนี้หากท่านยังสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาขอคำแนะนำหรือปรึกษากับเราได้ที่ www.skytraindental.com

Share This:
Share:
โปรทำฟัน
โปรจัดฟัน
เลือกสาขา